ฉลองวัน ฮาโลวีน เป็นเทศกาลประจำปีเฉลิมฉลองในหลายประเทศ

By | September 21, 2016

ฮาโลวีน (อังกฤษ: Halloween, เสียงอ่าน /ˌhæləˈwiːn, -oʊˈiːn, ˌhɑːl-/, กร่อนเสียงจาก “ออลแฮโลอีฟนิง” หมายถึง “เย็นนักบุญทั้งหลาย”) เป็นเทศกาลประจำปีเฉลิมฉลองในหลายประเทศทุกวันที่ 31 ตุลาคม อันเป็นวันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลายของศาสนาคริสต์ตะวันตก

นักวิชาการจำนวนมากว่า ออลแฮโลวส์อีฟ (All Hallows’ Eve) เป็นวันสมโภชที่ศาสนาคริสต์รับมาซึ่งเดิมได้รับอิทธิพลจากเทศกาลเก็บเกี่ยวของเคลต์[2][3] โดยอาจมีเหง้าเพเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซาวิน (Samhain) ของชาวเกล (Gaels) นักวิชาการบางส่วนยังยืนยันว่า ฮาโลวีนกำเนิดขึ้นแยกกับซาวินและมีเหง้าศาสนาคริสต์อย่างเดียว

ฮาโลวีน 2016 ตรงแบบมีทริกออร์ทรีต (trick-or-treating) ร่วมงานเลี้ยงเครื่องแต่งกาย ประดับตกแต่ง แกะสลักฟักทองเป็นแจ็กโอแลนเทิร์น (jack-o’-lantern) จุดคบเพลิง ไปบ้านผีสิงที่จัดขึ้น เล่นตลก เล่าเรื่องสยองขวัญและดูภาพยนตร์สยองขวัญ

ถึงแม้วันฮาโลวีนจะเป็นแค่เพียงวันเดียว แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในวันหยุดที่มีการเฉลิมฉลองที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ คนจะใช้จ่ายเงินไปกับเครื่องแต่งกาย, ลูกอมและของตกแต่งต่างๆในการเตรียมความพร้อมของการจัดงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือไม่เพียงแต่จะแบ่งปันลูกอมและขนมต่างๆแล้ว ยังต้องการที่จะทำให้คนอื่นๆตกใจ ความกลัวจึงได้กลายเป็นประเพณีของวันฮาโลวีน การพบเห็นคนที่แต่งตัวเป็นตัวละครสัตว์กระหายเลือดเดินตามท้องถนน เห็นบ้านผีสิงและเรื่องผีที่น่าขนลุกต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติในวันฮาโลวีน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่วัฒนธรรมวันฮาโลวีนของอเมริกาจะเข้ามา ยังมีอีกหลายประเทศที่ไม่ได้เห็นว่าวันนี้เป็นเพียงวันที่จะมาแจกลูกอมกัน แต่ยกให้วันนี้เป็นวันรำลึกถึงบรรพบุรุษผู้จากไปแล้ว และมีพิธีกรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ดังนั้น JetRadar จึงขอนำเสนอการฉลองวันฮาโลวีน – 10 วิธี ใน 10 ประเทศ จะแตกต่างยังไง ไปดูกันเลย

10. ออสเตรีย (Austria)

halloween_girlfriends

ชาวออสเตรียจะตั้งน้ำ, ขนมปังและเปิดโคมไฟหรือจุดเทียนบนโต๊ะของพวกเขาก่อนที่จะเข้านอน แทนการให้ลูกอม เพราะเชื่อกันว่าการทำเช่นนั้นในคืนวันฮาโลวีน เป็นการต้อนรับดวงวิญญาณกลับมายังโลกอีกครั้ง ชาวคาทอลิกออสเตรียใช้เวลานี้เพื่อเฉลิมฉลอง Seleenwoche (สัปดาห์วิญญาณ) ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมถึง  2 พฤศจิกายน ในช่วงเวลานี้แต่ละครอบครัวจะตกแต่งหลุมฝังศพของคนที่รักด้วยโคมไฟและพวงมาลา และในวันสุดท้ายของสัปดาห์วิญญาณ การสวดมนต์ส่งวิญญาณจะถูกจัดขึ้นเพื่อรำลึกผู้ที่จากไปแล้ว

9. จีน (China)

foods-on-halloween

เทศกาลฮาโลวีนในประเทศจีนเรียกว่า Teng Chieh (เทศกาลโคมไฟจีน) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเวลานี้ ลูกหลานจะนำอาหารและน้ำวางไว้ด้านหน้ารูปถ่ายของบรรพบุรุษ มีการจุดโคมไฟเพื่อเป็นการนำทางให้ดวงวิญญาณเดินทางกลับสู่โลก และในวัดจะมีการพับเรือกระดาษซึ่งจะนำไปเผาในช่วงเย็น พิธีกรรมเหล่านี้ ทำเพราะเหตุผล 2 ประการคือ เพื่อรำลึกถึงผู้ที่จากไปและปลดปล่อยวิญญาณผีตายโหงให้ไปสู่สุคติ

8. อังกฤษ (England)

ฮาโลวีน 2559

แทนการแกะสลักฟักทอง ชาวอังกฤษใช้บีทรูทมาแกะสลักแทนและเรียกมันว่า “Punkies” เด็กๆจะถือ Punkies แล้วเดินไปแต่ละบ้านเพื่อไปขอเงิน ในบางพื้นที่เราจะเห็นโคมไฟหัวผักกาดถูกวางไว้หน้าบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณที่ท่องไปในคืนวันฮาโลวีนเข้ามาในบ้าน อีกประเพณีหนึ่งคือการโยนวัตถุต่างๆ เช่น หิน, เกาลัดและผักต่างๆ ลงไปในกองไฟขนาดใหญ่เพื่อทำให้วิญญาณกลัว นอกจากนี้วัตถุเหล่านั้นยังถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับการบอกโชคลาภอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าก้อนกรวดถูกโยนลงในกองไฟและไม่สามารถมองเห็นมันในเช้าวันต่อไป เชื่อว่าคนที่โยนก้อนกรวดนั้น จะไม่สามารถมีชีวิตรอดในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เด็กชาวอังกฤษส่วนใหญ่ได้นำประเพณี “trick or treat” ของชาวอเมริกันมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ

7. ฝรั่งเศส (France)

ฮาโลวีน

ฝรั่งเศสไม่ฉลองวันฮาโลวีนเพื่อรำลึกถึงผู้ที่จากไปอย่างประเทศอื่นๆ ในความเป็นจริงชาวฝรั่งเศสไม่รู้จักวันฮาโลวีนเลยด้วยซ้ำ พวกเขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับวันฮาโลวีนมาจากชาวต่างชาติและสื่ออเมริกันฝรั่งเศสไม่ได้มีการเฉลิมฉลองวันฮาโลวีนเลยจนกระทั่งกลางทศวรรษที่ 1990 ก็ได้มีการเริ่มต้นการฉลองวันฮาโลวีนครั้งแรก โดยชาวฝรั่งเศสก็จะแต่งตัวในชุดคอสตูมต่างๆและเดินไปยังร้านแต่ละร้านแทนที่จะเป็นบ้านคนอย่างชาวอมริกันเพื่อไปขอลูกอม

6. ไอร์แลนด์ (Ireland)

ฮาโลวีน

คนส่วนใหญ่ยกให้ไอร์แลนด์เป็นจุดเริ่มต้นของวันฮาโลวีนและเทศกาลวันฮาโลวีนของที่นี่ก็ไม่ได้แตกต่างของชาวอเมริกัน ชาวไอร์แลนด์เฉลิมฉลองวันฮาโลวีนโดยแต่งชุดคอสตูมและก็ไปตามบ้านเพื่อขอเล่น trick or treat ขอลูกอม เหมือนคนอเมริกัน และก็มีจัดงานปาร์ตี้กัน ในงานปาร์ตี้จะมีการเล่นเกมส์ต่างๆ เกมส์ที่นิยมได้แก่ “Snap-apple” โดยจะนำเชือกมาผูกกับแอปเปิ้ลและนำไปแขวนไว้บนต้นไม้หรือขอบประตู แล้วให้ผู้ที่เล่นเกมส์พยายามกัดแอปเปิ้ลนั้น, เกมส์ล่าสมบัติ และเกมส์ไพ่โดยไพ่จะถูกคว่ำหน้าลง ขนมหรือเงินจะถูกซ่อนอยู่ใต้ไพ่ ผู้เล่นเกมส์เลือกไพ่มาและจะได้ของที่อยู่ใต้ไพ่ไป

5. เม็กซิโก (Mexico)

ในเม็กซิโก วันฮาโลวีนถูกเรียกว่า “El Dia de los Muertos” หรือวันแห่งความตาย เทศกาลจะเริ่มต้นในช่วงเย็นของวันที่ 31 ตุลาคมและสิ้นสุดในวันที่ 2 พฤศจิกายน กิจกรรมในเทศกาลนี้ได้แก่ การไปที่หลุมฝังศพของคนที่เค้ารัก,ไปปิกนิกและงานเฉลิมฉลองต่างๆ เชื่อกันว่าวิญญาณผู้ตายจะกลับไปบ้านของตัวเองในคืนวันฮาโลวีน ดังนั้นคนในบ้านจะตกแต่งแท่นบูชาด้วยลูกอม, ดอกไม้, น้ำ, รูปถ่ายและอาหารที่ผู้ตายชื่นชอบ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ครอบครัวจะไปปิกนิกที่หลุมฝังศพของคนที่พวกเขารักและทำความสะอาดหลุมฝังศพ

skulls

ในเม็กซิโก วันฮาโลวีนถูกเรียกว่า “El Dia de los Muertos” หรือวันแห่งความตาย เทศกาลจะเริ่มต้นในช่วงเย็นของวันที่ 31 ตุลาคมและสิ้นสุดในวันที่ 2 พฤศจิกายน กิจกรรมในเทศกาลนี้ได้แก่ การไปที่หลุมฝังศพของคนที่เค้ารัก,ไปปิกนิกและงานเฉลิมฉลองต่างๆ เชื่อกันว่าวิญญาณผู้ตายจะกลับไปบ้านของตัวเองในคืนวันฮาโลวีน ดังนั้นคนในบ้านจะตกแต่งแท่นบูชาด้วยลูกอม, ดอกไม้, น้ำ, รูปถ่ายและอาหารที่ผู้ตายชื่นชอบ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ครอบครัวจะไปปิกนิกที่หลุมฝังศพของคนที่พวกเขารักและทำความสะอาดหลุมฝังศพ

4. ญี่ปุ่น (Japan)

flowers

แม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะรู้จักวันฮาโลวีน แต่ที่ญี่ปุ่นเค้าไม่ได้เฉลิมฉลองในลักษณะเดียวกับชาวอเมริกัน แต่ชาวญี่ปุ่นจะเฉลิมฉลองเทศกาล Obon (ที่เรียกกันว่า “Matsuri หรือ” Urabon”) ซึ่งเป็นเทศกาลที่รำลึกถึงวิญญาณของบรรพบุรุษ หอกสีแดงจะถูกแขวนรอบๆ พื้นที่การเฉลิมฉลองและจะมีการจุดเทียนนำไปไว้ในโคมไฟ จากนั้นปล่อยโคมไฟลอยลงแม่น้ำและทะเล เชื่อกันว่าไฟจะนำวิญญาณกลับไปที่บ้านของพวกเขาได้

3. ฟิลิปปินส์ (Philippines)

ฮาโลวีน

ในฟิลิปปินส์ วันฮาโลวีนจะหมายถึงการเน้นเรื่องความตาย และแม้ว่าอิทธิพลวันฮาโลวีนของประเทศอเมริกาจะค่อยๆแพร่กระจายในประเทศฟิลิปปินส์ แต่ประเพณี Pangangaluluwa ก็ยังคงถูกเฉลิมฉลอง โดยผู้คนจะไปแต่ละบ้านและร้องเพลงเกี่ยวกับจิตวิญญาณที่ติดอยู่ในนรกและขออาหารหรือเงินแลกกับการที่พวกเขาไปร้องเพลงให้ฟัง

2. สก็อตแลนด์ (Scotland)

halloween_kids

การเฉลิมฉลองวันฮาโลวีนเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 16 ช่วงแรกที่เฉลิมฉลองจะมีการทำนายอนาคตในวันฮาโลวีนและในศตวรรษที่ 18 วันฮาโลวีนจะเป็นวันที่คนหนุ่มสาวค้นหาคู่รัก การแต่งกายในวันฮาโลวีนถือเป็นเรื่องที่ทำกันมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เด็กแต่งตัวคอสตูมไปเคาะประตูแต่ละบ้านเพื่อไปขออาหารหรือเงิน ประเพณีนี้ก็จะคล้ายกับประเพณีวันฮาโลวีนของอเมริกา

1. สหรัฐอเมริกา (United States of America)

ฮาโลวีน

การเฉลิมฉลองวันฮาโลวีนในประเทศอเมริกาถือเป็นที่โด่งดังที่สุดก็ว่าได้ เด็กๆจะแต่งตัวในชุดต่างๆและไปเคาะประตูบ้านในละแวกใกล้เคียงกับบ้านของพวกเขา แต่ละคนจะกลับมาบ้านตัวเองพร้อมกับถุงที่เต็มไปด้วยลูกอม นอกจากนั้นยังมีการจัดปาร์ตี้วันฮาโลวีน ซึ่งจะมีเกมส์ต่างๆให้เล่นกัน มีอาหารและเครื่องดื่มมากมาย ฟักทองถูกแกะสลักและจุดไฟข้างในเพื่อการตกแต่ง แต่เดิมประเพณี “trick or treat”มาจากความคิดที่ว่าความเมตตาจะต้องถูกแสดงให้บรรพบุรุษที่ตายแล้วเห็นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสั่งสอนหากไม่มีความเมตตา แต่ตอนนี้มันเหมือนเป็นข้ออ้างอย่างสุภาพในการขอลูกอมซะมากกว่า

หากใครอยากไปสัมผัสบรรยากาศการจัดงานวันฮาโลวีนใน 10 ประเทศนี้ ก็รีบจองตั๋ว จองโรงแรมกันนะ จะได้ไม่พลาดไปร่วมงานเทศกาลนี้กัน

คำว่า Halloween มาจากคำของคริสตังคาทอลิกดั้งเดิม คือ เย็นวันสุกดิบก่อนฉลองนักบุญทั้งหลาย (All Hallow’s Day หรือ All Saint’s Day) เขาเขียนว่า “Hallow’s Evening” (เย็นวันสุกดิบของวันฉลองนักบุญทั้งหลาย) และก็กลายเป็น “Hallow’s e’en” จนกลายเป็น “Halloween” ในที่สุด แท้จริงในทางพิธีกรรม คาทอลิกของเรา คริสตังจะมีธรรมเนียมที่พระสงฆ์จะต้องถวายมิสซา 3 มิสซา ในวันระลึกถึงผู้ล่วงลับ นั่นคือ มิสซาเย็นก่อนวันที่ 2 พฤศจิกายน, มิสซารุ่งอรุณวันที่ 2 พฤศจิกายน และมิสซา เช้าหรือสายของวันที่ 2 พฤศจิกายน พระสงฆ์จะถวายมิสซาทั้งสามในวันที่ 2 พฤศจิกายน ทั้ง 3 มิสซาเลยก็ได้ เพียงแต่มิสซาแรกของเย็นก่อนวันที่ 2 ทำให้มีความคล้ายคลึงกับธรรมเนียมโบราณของคริสตังไอริชที่จะคิดถึงผู้ล่วงลับอื่นๆ ก่อนวันฉลองนักบุญทั้งหลายส่วนในวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย (รวมทั้งบรรดาคริสตังผู้ล่วงลับผู้ที่ได้รับชัยชนะอยู่บนสวรรค์ทุกคน)

ที่มา ที่เที่ยว ฮาโลวีน กรุงเทพ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Solve : *
17 × 30 =